
บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นตัวร้ายในละครหรือซีรีส์มักทำพลาดแบบงง ๆ หรือชะล่าใจจนพ่ายแพ้ต่อตัวเอก ถึงอย่างนั้นก็ยังมั่นใจว่าตัวเองจะชนะฝ่ายตัวเอกได้อย่างแน่นอน ทั้งที่ไม่มีฝีมือ หรือไม่ได้ฉลาดไปกว่าตัวเอกเลย เรามักจะพบพฤติกรรมนี้ได้ทั้งจากที่เห็นในละคร คนใกล้ตัว หรือแม้แต่ตัวเราเองก็อาจจะกำลังประสบกับภาวะนี้อยู่โดยไม่รู้ตัวก็ได้ วันนี้แอดขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ Dunning-Kruger effect กับดักทางจิตวิทยาที่ขัดขวางการเรียนรู้เพราะความมั่นใจเกิน
Dunning-Kruger effect

ในงานวิจัยของ Justin Kruger และ David Dunning (1999) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) ได้มุ่งศึกษาการขาดความสามารถในการตระหนักรู้ เข้าใจ และควบคุมกระบวนการคิดของตนเอง หรือMetacognitive พวกเขาตั้งสมมติฐานว่า ผู้คนมีแนวโน้มประเมินทักษะและความสามารถของตนเองสูงกว่าความเป็นจริง โดยให้อาสาสมัครทำการทดลองทั้งหมด 4 ประเด็น ได้แก่ อารมณ์ขัน การให้เหตุผลเชิงตรรกะ ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษและการประเมินผู้อื่น และการทดสอบตรรกศาสตร์
จากผลการทดลองทั้งหมดพบว่า อาสาสมัครส่วนใหญ่ประเมินความสามารถตนเองสูงกว่าความเป็นจริง และกลุ่มของคนที่ประเมินตนเองไว้สูง จะยิ่งได้คะแนนต่ำมาก ทำให้ทราบได้ว่า ผู้ที่ขาดความสามารถไม่เพียงจะทำผลงานได้ไม่ดีแล้ว ยังขาดความการตระหนักรู้ถึงความสามารถของตนเองว่า ทำได้แย่ จึงทำให้ประเมินสูงเกินจริง ในทางกลับกันกลุ่มผู้ที่ได้คะแนนสูงจะประเมินตนเองต่ำ เพราะคิดว่าคนอื่นมีความสามารถเท่ากับตัวเอง
การศึกษานี้นำมาสู่การเรียกอคติทางจิตวิทยาของคนที่ประเมินว่าตนเองสูงเกินจริงว่า Dunning-Kruger effect
📖เมื่อความมั่นใจเริ่มขัดขวางการเรียนรู้

ยิ่งมั่นใจในตนเองมากเท่าไร เราก็ยิ่งเริ่มมองไม่เห็นถึงขีดจำกัดความสามารถของตนเอง และเมื่อเป็นเช่นนั้นในด้านการเรียนรู้เองก็จะมีปัญหาตามมาเช่นกัน ทั้งพฤติกรรมการเรียนที่ไม่มีประสิทธิภาพ แรงจูงใจที่ลดลง ขาดการตั้งคำถาม ไปจนถึงการหยุดที่จะเรียนรู้ ผู้เรียนก็จะเริ่มเกิดช่องว่างความรู้ที่ควรเติมเต็ม ไม่เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ เนื่องด้วยขาดการตระหนักรู้ในตนเอง เหมือนเป็นน้ำเต็มแก้วที่ไม่ยอมรับความรู้เพิ่ม เป็นกับดักความมั่นใจเพราะคิดว่าตนเองเก่งแล้วขัดขวางการเรียนรู้ไปจนกว่าจะรู้ตัวในที่สุด
💡จะหลุดพ้นจากกับดักความมั่นใจนี้ได้อย่างไร

กว่าจะถึงวันที่เรารู้ว่าตัวเองไม่ได้เก่งและไม่ได้รู้ไปเสียทุกอย่าง อาจจะใช้เวลานานเป็นวัน เป็นเดือน หรือเป็นปีเลยก็ได้ แต่จะดีกว่าไหมหากรู้ตัวก่อนที่วันนั้นจะมาถึง
การหลุดพ้นจาก Dunning-Kruger effect จำเป็นต้องเริ่มจากการยอมรับในตนเองว่าเรายังมีเรื่องที่ไม่รู้อีกมาก แล้วค่อย ๆ เฝ้าสังเกตตนเอง (Monitoring) สะท้อนตนเองอย่างสม่ำเสมอ (Self-reflecting) รวมถึงคอยให้ Feedback ตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ด้วยวิธีนี้จะสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจในตนเอง (Metacognitive) เมื่อรู้ทัน กับดักความมั่นใจนี้ก็จะค่อย ๆ หายไป
และที่สำคัญคือการไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เพราะความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ยังต่อยอดและแตกแขนงออกไปเหมือนกิ่งไม้ได้เรื่อย ๆ ดังนั้นอย่าลืมที่จะเรียนรู้ไปในทุก ๆ วันกันนะคะ แล้วพบกันในบทความหน้า ขอให้เป็นวันที่ดีของทุกคนน้า☺️
ระหว่างรอบทความใหม่ ๆ Clear Thailand News ยังมีบทความดี ๆ อีกเพียบ หากสนใจกดอ่านลิงก์ด้านล่างเลย!
บทความแนะนำ:
Active Recall เทคนิคจำบทเรียนให้ได้นานขึ้น
รวม 21 โน้ตสรุปเตรียมสอบเข้าม.4 สุดเริ่ด!
วาดเล่น ๆ ก็เรียนเก่งได้ ด้วย Doodling Method!
สรุปเอง vs ดูสรุปคนอื่น แบบไหนดีกว่ากัน?
ขอบคุณข้อมูลจาก:

