รวมลิสต์ของกินแก้ง่วง ไว้กินตอนอ่านหนังสือ!

รวมลิสต์ของกินแก้ง่วง ไว้กินตอนอ่านหนังสือ!

Uncategorized, สอบกลางภาค, สอบปลายภาค, สอบเข้าม.ปลาย, สุขภาพและความงาม, หนังสือ, อาหารและเครื่องดื่ม
รวมลิสต์ของกินแก้ง่วง ไว้กินตอนอ่านหนังสือ!   สวัสดีจ้า น้องๆ ทุกคน บล็อก Clearnote สัปดาห์นี้มาในธีมของกิน! เพราะเราจะมาแนะนำของกินแก้ง่วงสำหรับน้องๆ ที่ต้องอ่านหนังสือกัน ว่ากินอะไรถึงจะตาสว่างไม่ง่วง พร้อมอ่านหนังสือกัน ของกินแก้ง่วงเวลาอ่านหนังสือ 1.กาแฟ ภาพโดย Nirut Phengjaiwong จาก Pixabay   น้องๆ คงรู้กันอยู่แล้วว่ากาแฟช่วยให้เราไม่ง่วงเพราะกาแฟมีคาเฟอีน แต่ทำไมคาเฟอีนถึงทำให้เราตื่นตัวล่ะ?   นั่นก็เพราะคาเฟอีนมีโครงสร้างคลายกับโมเลกุลอะดีโนซีน ซึ่งทำหน้าที่จับกับตัวรับสัญญาณในสมอง ส่งผลให้เราเกิดอาการง่วง (เป็นกระบวนการปกติของร่างกาย) ดังนั้นเมื่อเรารับคาเฟอีนเข้าไป คาเฟอีนจะไปจับกับตัวรับสัญญาณในสมองแทนโมเลกุลอะดีโนซีน พออะดีโนซีนไม่ได้จับกับตัวรับ ก็จะไม่เกิดอาการง่วงขึ้น ทำให้เรารู้สึกตื่นตัวนั่นเอง   แต่การดื่มกาแฟในช่วงดึกดื่นเที่ยงคืนอาจทำให้เรานอนไม่หลับจนถึงเช้า ทำให้เราเกิดง่วงนอนหรือรู้สึกเหนื่อยในเช้าวันรุ่งขึ้นแทน ดังนั้นถ้าจะดื่มกาแฟแก้ง่วงก็แนะนำให้ดื่มในช่วงกลางวันแทน 2.ชาเขียว ภาพโดย chezbeate จาก Pixabay   ชาเขียวก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนที่ช่วยทำให้ตื่นเหมือนกัน แต่ชาเขียวยังมีสาร L-Theanine (แอล-ธีอะนีน) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งอีกด้วย สารนี้ช่วยให้จิตใจเราสงบ (แปลว่าเราจะมีสมาธิมากขึ้น) แต่ไม่ทำให้เราง่วง 3.ดาร์กช็อกโกแลต ภาพโดย Alexander Stein จาก Pixabay   ช็อกโกแลตก็มีคาเฟอีนกับเขาเหมือนกันนะ แต่น้อยกว่ากาแฟหรือชาเขียวประมาณ 50% (ขึ้นอยู่กับชนิดของช็อกโกแลตด้วย ถ้ามีนม มีส่วนผสมอื่น สัดส่วนของคาเฟอีนก็จะน้อยลง) ดังนั้นถ้าอยากให้ได้ผลจากสารในช็อกโกแลตจริงๆ ก็ขอแนะนำเป็นดาร์กช็อกโกแลตแบบนมน้อย น้ำตาลน้อยก็จะดีกว่า   นอกจากคาเฟอีนแล้วช็อกโกแลตยังมีกรดอะมิโนทริฟโตเฟนที่ช่วยให้เรามีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย เพราะทริฟโตเฟนจะกระตุ้นให้สมองหลั่งเซโรโทนินและเอ็นโดรฟิน ฮอร์โมนที่ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น   ดังนั้นถ้าใครไม่อยากกินชาหรือกาแฟตอนดึกเพราะกลัวคาเฟอีนเยอะเกิน ช็อกโกแลตก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลย 4.หมากฝรั่ง ภาพโดย Hans Braxmeier จาก Pixabay   หมากฝรั่งไม่ได้มีสารพิเศษอะไรที่ช่วยให้เราตื่นตัว รู้สึกไม่ง่วง สิ่งที่ทำให้เราไม่ง่วงจริงๆ คือการ "เคี้ยว" หมากฝรั่ง   การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ และยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในสมองอีกด้วย ดังนั้นการเคี้ยวหมากฝรั่งจึงทำให้เรารู้สึกตื่นตัวขึ้น ทำให้เราง่วงน้อยลง รู้สึกเหนื่อยน้อยลง มีสมาธิมากขึ้น ส่งผลทำให้เราอ่านหนังสือหรือทำงานได้ดีขึ้น 5.อัลมอนด์ วอลนัท ถั่วเหลือง ภาพโดย Alexei_other จาก Pixabay   อัลมอนด์ วอลนัท ถั่วเหลืองอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยบำรุงสมอง ทำให้สมองทำงานได้ดี ตื่นตัว เรียนรู้ได้ดีขึ้น มีความจำที่ดีขึ้นอีกด้วย Reference Choi, J.E. (2021). 5 Snacks to Help You Focus. Retrieved from https://upchieve.org/blog/2021/5/24/5-snacks-to-help-you-focus Snacks That May Keep You Awake. (2021). Retrieved from https://www.sleep.org/snacks-that-keep-you-awake/ Stay Awake with these…
Read More
Podcast แนะนำสำหรับเรียกกำลังใจ

Podcast แนะนำสำหรับเรียกกำลังใจ

9วิชาสามัญ, English, GAT/PAT, O-NET, TCAS, สอบกลางภาค, สอบปลายภาค, สอบเข้าม.ปลาย
Podcast แนะนำสำหรับเรียกเสริมกำลังใจ สวัสดีค่ะ น้อง ๆ ทุกคน ช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ผู้เขียนค่อนข้างเหนื่อย ๆ หมดกำลังใจ ทำอะไรก็รู้สึกหมดแรงไปหมด ผู้เขียนเลยพยามยามลดการเข้า Social Media ดู แต่พองดแล้วก็กลายเป็นว่าเวลาเหลือเยอะขึ้น ทำให้เราเอาเวลานั้นไปคิดฟุ้งซ่านอีก วนลูปแบบนี้ไปประมาณ 2 วัน ก็คิดว่าไม่ได้การแล้ว เลยลองไปเปิด Podcast ฟังแทน ปรากฏว่าพอฟังแล้ว จากที่เครียด ๆ อยู่ก็รู้สึกได้รับพลัง แง่คิดและแรงบันดาลใจ เลยคิดว่าช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงที่น้อง ๆ หลาย ๆ คนเริ่มเปิดเรียน และเริ่มอ่านหนังสือเพื่อสอบGat/Pat อาจต้องการกำลังใจเป็นพิเศษ เลยเอา podcast ที่ชอบโดยส่วนตัวมาแชร์ Coming of Age - The Cloud Podcast ที่มา: https://readthecloud.co/column/coming-of-age/ เป็น Podcast ที่ผู้เขียนพูดได้เลยว่าสามารถดึงผู้เขียนออกจากความเศร้าเลย โดยPodcastนี้จะนำเสนอเรื่องราวแง่คิด บทเรียนจากชีวิตที่ผ่านมาของแขกรับเชิญต่าง ๆ มาให้ได้ฟัง ซึ่งตอนแรกที่ฟังก็คิดว่าฟังขำ ๆ คงไม่ตรงกับตัวเองเพราะดูจากหัวข้อแล้วก็ไม่เกี่ยวกับตัวเอง แต่พอฟังดูแล้วก็ทำให้รู้ได้ว่าถึงหัวข้อไม่ตรง แต่เราก็สามารถนำวิธีคิด หรือวิธีการใช้ชีวิตของแขกรับเชิญมาปรับให้เข้ากับตัวเองได้ โดยตอนที่ผู้เขียนชอบที่สุดคือตอนของซิลวี่ ภาวิดาEP. 71 “เราเคยผอม แต่ในวันที่ผอม มันก็ยังไม่พอ” คุยกับ SILVY วัย 25 ที่ภูมิใจกับไซส์ ‘XL’ที่นอกจากจะพูดถึงการต่อสู้กับ Beauty Standard แล้ว ยังสอนให้กลับมารักตัวเอง และใช้ชีวิตเดินไปตามความฝัน https://www.youtube.com/watch?v=ZmE-w_teVxI ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=ZmE-w_teVxI ศิลปะการต่อสู้- The Cloud Podcast ที่มา: https://readthecloud.co/column/resistanceart/ คิดว่าหลาย ๆ คนถ้าอ่านแค่ชื่อ Podcast ก็อาจคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับมวยไทย เทควันโดต่าง ๆ ใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้ว Podcast นี้จะเป็นเรื่องราวการต่อสู้ผ่านงานศิลปะของศิลปะและนักสร้างสรรค์หลายยุคหลายสมัย ซึ่งจริง ๆ แล้ว ช่องPodcast นี้เป็นช่องที่เราฟังอยู่แล้วก่อนหน้านี้ และรู้สึกว่าได้รับกำลังใจจากคนที่คอยยืนหยัดต่อสู้เพื่อความฝันหรือต่อสู้กับปัญหาสังคมในยุคนั้น ๆ ถ้าถามว่าตัวผู้เขียนชอบEp.ไหนที่สุด ก็ขอตอบเลยว่าคือEP. 50 Yayoi Kusama ความเศร้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ศิลปะสีสันสดใส ซึ่งคอยสร้างสรรค์ผลงานเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง นอกจากนี้ผลงานแต่ละงานยังสื่อถึงบาดแผลในวัยเด็กและการต่อสู้กับสังคมปิตาธิปไตยด้วย เรียกได้ว่าเป็นไอดอลคนหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นได้ถึงความเข้มแข็งและอดทนเพื่อความฝัน https://www.youtube.com/watch?v=oNhWyb_FLCU ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=oNhWyb_FLCU ฉันเรียนแฟชั่นที่มิลาน ที่มา: https://istudyfashioninmilan.podbean.com/ จริง ๆ แล้ว ผู้เขียนติดตามผลงานของเจ้าของ Podcast นี้ ตั้งแต่หนังสือฉันเรียนแฟชั่นที่มิลาน (หรือถ้าใครสนใจก็ลองไปดูในเพจ Facebook:…
Read More
คัดมาเน้นๆ!  5 โน้ตสรุป Grammar ภาษาอังกฤษ ในแอป Clearnote

คัดมาเน้นๆ! 5 โน้ตสรุป Grammar ภาษาอังกฤษ ในแอป Clearnote

English, GAT ENG, GAT/PAT, O-NET, TCAS, ภาษาที่3, ภาษาอังกฤษ, สอบกลางภาค, สอบปลายภาค, สอบเข้าม.ปลาย, แอป Clearnote
คัดมาเน้นๆ! 5 โน้ตสรุป Grammar ภาษาอังกฤษ ในแอป Clearnote   สวัสดีจ้า น้องๆ ทุกคน กลับมาพบกับบล็อกจาก Clearnote กันอีกแล้ว วันนี้บล็อกของเราได้รวบรวมโน้ตสรุป Grammar จาก App Clearnote สุดปัง สุดยอด ดีเลิศ เด็ดขาด อันดับหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ มาไว้ให้น้องๆ เข้าไปอ่านกันได้เลย สำหรับคนที่อยากทวน Grammar โดยเฉพาะ! 1.New English Grammar 1-3 โดย PREMZ PLAY   โน้ตสรุปรวม Grammar ตั้งแต่ ม.4 - ม.6 จุกๆ ทั้งหมด 3 เล่ม ที่สุดยอดมากๆ เพราะรวมเนื้อหา Grmmar ไว้ได้ครบและจบจริงๆ แถมยังตกแต่งได้สวย น่าอ่านมากๆ อธิบายเข้าใจง่ายๆ มีตัวอย่างประโยคประกอบพร้อมรูป   แต่ที่ทาง Clearnote ถูกใจสุดๆ คือ สัญลักษณ์ที่แสดงว่า tense นั้นใช้พูดถึงเหตุการที่ดำเนินในเวลาไหน ตรงนี้เข้าใจง่ายมากๆ ในตอนที่อ่านครั้งแรก ที่สำคัญเวลากลับมาทวน แค่มองสัญลักษณ์ตรงนี้ก็ทำให้นึกออกได้ง่ายๆ เลย   สำหรับใครที่อยากทวน Grammar ภาษาอังกฤษแต่ไม่รู้จะเริ่มอ่านอะไรก่อน ก็ขอแนะนำให้อ่านสรุปทั้ง 3 เล่มนี้เลยจ้า เพราะรวมเนื้อหาไว้ได้ครบมากๆ ลิงก์ไปอ่าน New English Grammar เล่ม 1 📌 สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ ม.4 (ปรับปรุงล่าสุด) เล่ม 2 📌 สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ ม.5 (ปรับปรุงล่าสุด) เล่ม 3 📌 สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ ม.6 (ปรับปรุงล่าสุด) 2.เทคนิคแกรมม่า จำ 12 Tenses ใน 10 นาที โดย MyLearnVille   จริงๆ แล้วใน Clearnote ไม่ได้มีแต่โน้ตสรุปให้อ่านนะ แต่ยังมีวิดิโอสอนจากติวเตอร์อีกด้วย อย่างวิดิโอนี้เป็นวิดิโอสอนสอนเทคนิคการจำ 12 tenses ใน 10 นาที โดยติวเตอร์จาก MyLearnVille   น้องๆ คนไหนอ่านเรื่อง tenses แล้วไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่จำไม่ได้เพราะไม่รู้จะจับหลักอะไร ขอแนะนำให้ดูวิดิโอนี้เลย…
Read More
เจาะลึกเคล็ดลับทำข้อสอบเก่ายังไงให้ต๊าชชช ฉบับเด็กเตรียม

เจาะลึกเคล็ดลับทำข้อสอบเก่ายังไงให้ต๊าชชช ฉบับเด็กเตรียม

9วิชาสามัญ, English, GAT, GAT ENG, GAT/PAT, O-NET, PAT1, PAT2, PAT7, PAT7, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาที่3, ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย, สอบเข้าม.ปลาย
เจาะลึกเคล็ดลับทำข้อสอบเก่ายังไงให้ต๊าชชช ฉบับเด็กเตรียม                สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ก็ก้าวเข้าสู่ช่วงปิดเทอมเล็กแล้ว คิดว่าคงมีน้อง ๆ มัธยมหลายคนใช้ช่วงเวลานี้ในการอ่านหนังสือเตรียมสอบทั้งการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือสอบเข้าโรงเรียนดัง ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ผู้เขียนเริ่มอ่านหนังสือเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแบบจริงจังเหมือนกัน (แต่ย้อนไปหลายปีหน่อย5555)                แต่ด้วยความที่ตอนม.ต้น ผู้เขียนเป็นคนที่เรียนระดับปานกลาง ไม่ได้เก่งอะไร อ่านหนังสือก็อ่านเฉพาะแค่ตอนเตรียมสอบมิดเทอม ไฟนอลของที่โรงเรียน เลยไม่รู้จะเตรียมตัวอ่านหนังสือเพื่อสอบแข่งขันกับคนอื่นยังไงดี ลองผิดลองถูกสารพัดจนในที่สุดก็สอบติดโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา(เยส!) วันนี้ผู้เขียนเลยอยากมาแนะนำเคล็ดลับการเรียนที่สำคัญมาก ๆ อย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือเคล็ดลับการทำข้อสอบเก่ายังไงให้พอไปสอบจริงแล้วคะแนนพุ่ง 1.  อ่านหนังสือก่อนแล้วค่อยทำข้อสอบเก่า                ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเป็นพื้นฐานเบสิกรึเปล่า แต่ผู้เขียนเคยพลาดตรงนี้มาแล้ว5555 ตอนนั้นผู้เขียนคิดว่าถ้าทำข้อสอบเก่าก่อนก็จะทำให้สร้างความคุ้นเคย รู้ว่าข้อสอบจะออกประเด็นไหนบ้าง เลยบุกตะลุยทำข้อสอบเก่ารัว ๆ เลย แต่พอทำแล้วก็รู้ว่าไม่เวิร์กเลย                ถ้าถามว่าทำไมวิธีนี้ไม่เวิร์กก็เพราะว่าผู้เขียนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประเด็นที่ผู้เขียนผิดมันคืออะไรและควรไปหาอ่านจากที่ไหนเพิ่ม5555 นอกจากนี้พอทำข้อสอบเก่าผิด ได้คะแนนน้อยหลาย ๆ ครั้งเข้าก็รู้สึกเฟล ท้อ หมดกำลังใจไปพักใหญ่ ๆ จนมาเปลี่ยนวิธีอีกครั้งเป็นการอ่านหนังสือก่อน (หรือเรียนพิเศษก่อน) แล้วมาทำข้อสอบเก่า                วิธีนี้นอกจากเราจะมีความรู้พื้นฐานที่จะเอามาใช้ทำข้อสอบเก่าได้แล้ว ยังเหมือนเป็นการเอาความรู้ที่เราได้รับจากหนังสือมาประยุกต์ พลิกแพลงปรับใช้กับโจทย์ เหมือนได้ทบทวนและต่อยอดจากความรู้เดิมไปในตัว 2. กลับไปทบทวนข้อที่ผิด                คิดว่าเป็นเทคนิคพื้นฐานอีกเหมือนกัน แต่น้อง ๆ หลาย ๆ คนอาจขี้เกียจทำกัน แต่ขอบอกเลยว่าวิธีนี้จะช่วยให้คะแนนเราพุ่งขึ้นแบบคาดไม่ถึงเลย โดยการกลับไปทบทวนประเด็นข้อที่ผิดก็เหมือนกับการไปซ่อมแซม อุดช่องโหว่ในประเด็นที่เรายังไม่แน่นพอ โดยอาจกลับไปอ่านย้ำพื้นฐานอีกรอบ หรือถ้าผิดเพราะประยุกต์ใช้ไม่ได้ก็กลับไปทำแบบฝึกหัดเจาะหัวข้อนั้น ๆ ให้คล่อง 3. ข้อไหนมั่วทำสัญลักษณ์เอาไว้                เป็นทคนิคที่ผู้เขียนใช้เวลาทำข้อสอบเก่าบ่อยมากเวลาไม่มั่นใจว่าข้อนี้จะตอบถูกไหมหรือตอนที่มั่วคำตอบ (รู้เลยว่าเป็นคนยังไง5555) เพราะเราเป็นคนที่ถ้าดูเฉลยแล้วตัวเองตอบผิดก็จะกลับมาย้อนดู แต่ข้อที่ถูกเราก็จะข้าม ๆ ไป แต่ถ้าเรามั่วข้อสอบ บางครั้งคำตอบของเราก็อาจจะฟลุกถูกก็ได้ แล้วพอถูกแล้วเราก็จะข้าม ๆ เปิดผ่าน ๆ โดยที่จริง ๆ แล้วเราก็อาจไม่มีความรู้หรือมีพื้นฐานประเด็นนั้นพอได้ ดังนั้นการทำสัญลักษณ์ เช่น รูปดาว รูปหัวใจเอาไว้ก็จะช่วยเตือนให้เราย้อนกลับมาดูได้ โดยเทคนี้นี้ใช้ได้ไม่ใช่แค่กับข้อที่มั่วหรือข้อที่ไม่มั่นใจเท่านั้น แต่อาจใช้กับข้อที่อยากรู้คำตอบก็ได้ 4.จับเวลาจริง                เชื่อว่าหลาย ๆ คนรู้อยู่แล้วว่าต้องทำ แต่จากประสบการณ์คนรอบ ๆ ตัวหลาย ๆคน(รวมถึงตัวเองช่วงแรก ๆ )ก็ไม่กล้าจับเวลาทำข้อสอบเพราะกลัวเครียดและกดดันจนผลสอบแย่ แต่จริง ๆ แล้วการจับเวลาจริงขณะทำข้อสอบเก่าจะสร้างความเคยชินว่าข้อสอบพาร์ทนี้ควรใช้เวลาเท่านี้ ๆ ควรบริหารเวลาแบบนี้ ๆ  ความเคยชินนี้เองก็จะช่วยทำให้ตอนทำข้อสอบจริงไม่ลก ไม่กระวนกระวาย 5. จดคะแนนแล้วทำข้อสอบอีกครั้ง                เทคนิคนี้ก็ตามชื่อเลย ก่อนอื่นตอนทำข้อสอบเก่าให้เขียนคำตอบแยกไว้ในกระดาษอีกแผ่นหนึ่งเพื่อที่จะได้กลับมาทำข้อสอบชุดนั้นได้หลาย ๆ รอบ จากนั้นเมื่อทำเสร็จแล้วก็ให้จดคะแนนที่ทำได้ทุก ๆ ครั้งเอาไว้เป็นเหมือนสถิติ ซึ่งวิธีนี้ก็จะทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของตัวเองว่าดีขึ้นหรือแย่ลงยังไง ถ้าคะแนนดีขึ้นก็จะเป็นแรงบันดาลใจว่าความพยายามของเราส่งผลแล้ว แต่ถ้าคะแนนแย่ลงก็จะทำให้เราได้สังเกตและรู้ตัวเองได้ทัน สามารถไปปรับแก้ได้ ไม่สายเกินไป โดยส่วนตัวผู้เขียนขอแนะนำให้เว้นระยะเวลาทำข้อสอบหนึ่งชุดเป็นเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์…
Read More