วิธีเรียนญี่ปุ่นสไตล์เด็กอักษร เอกญี่ ฬ (Part1: วิธีการอ่านสอบ N5-N3, Pat7.3)

วิธีเรียนญี่ปุ่นสไตล์เด็กอักษร เอกญี่ ฬ (Part1: วิธีการอ่านสอบ N5-N3, Pat7.3)

GAT/PAT, PAT7, PAT7, TCAS, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาที่3, รีวิว, เรียนภาษาญี่ปุ่น
วิธีเรียนญี่ปุ่นสไตล์เด็กอักษร เอกญี่ ฬ (Part1: วิธีการอ่านสอบ N5-N3, Pat7.3)   สวัสดีจ้า กลับมาพบกลับบล็อก Clearnote กันอีกแล้ว บล็อกของเราก็กลับมาที่ซีรีส์เด็กอักษรกันอีกแล้ว โดยวันนี้เราก็จะมาบอกวิธีการเรียนภาษาญี่ปุ่นของเด็กอักษร จุฬา เอกญี่ปุ่นกัน ว่ารับมือกับการสอบ N5 N4 N3 Pat7.3 ยังไง!   ที่เรารวม N5-N3 กับ Pat 7.3 ไว้ด้วยกันเพราะ Pat7.3 หรือ Pat ภาษาญี่ปุ่นครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ N5-N3(นิดหน่อย)นั่นเอง หนังสือที่อ่าน วิธีทบทวนก็เลยคล้ายๆ กันไปด้วย วิธีการอ่านไวยากรณ์ให้เข้าใจ   วิธีการอ่านของเราคือจะไม่อ่านหนังสือเล่มเดียว แต่จะอ่านหนังสือหลายๆ เล่ม ที่มีหัวข้อเดียวกัน แล้วก็เทียบเนื้อหาของหนังสือหลายๆ เล่มที่อ่านไปว่ามีจุดเหมือน จุดต่างกันยังไง เสร็จแล้วก็สรุปเป็นภาษาของตัวเอง ให้ตัวเองเข้าใจ เวลาที่กลับมาทบทวนตอนหลังก็จะไม่ต้องกลับไปเปิดหนังสือหลายๆ เล่มให้ปวดหัว ทำเหมือนเป็นคัมภีร์ของตัวเองไปเลย   ในรูปจะเป็นพวกคำศัพท์ ความรู้รอบตัว Idiom เพราะหาโน้ตสรุปไวยากรณ์ไม่เจอแล้ว หลายปีจัด 555 แต่จดประมาณนี้ วาดรูปได้วาดเลย เอายังไงก็ได้ให้ตัวเองเข้าใจง่ายที่สุด   อย่างตอนแรกๆ ที่เราเรียนภาษาญี่ปุ่นสมัย ม.ปลาย ตอนแรกๆ คือเรียนไม่เข้าใจเลย พวกไวยากรณ์งี้ เพราะมันก็ต่างจากภาษาไทยเยอะอยู่ ผ่านมาเทอมหนึ่งก็เริ่มตามเพื่อนไม่ทัน อาจารย์สอนอะไรเนี่ย ตอนปิดเทอมเลยอ่านทวนที่เคยเรียนมา (โรงเรียนเราใช้ Akiko to tomodachi เรียน) ทั้งเล่ม แล้วก็ไปซื้อหนังสือ Minna no nihongo มาอ่านด้วย พอเปิดเทอมไปเรียนก็เข้าใจมากขึ้นเยอะ พอเข้าใจก็เรียนสนุกมากขึ้น ชอบภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นกว่าเดิมอีก คำศัพท์กับคันจิ ทำยังไงให้จำได้   คำตอบคือ ต้องใช้ ต้องผ่านตา เท่านั้นเลยถึงจะจำได้ ถ้าเราไม่ใช่อัจฉริยะ ถ้าไม่ได้ใช้สักสองอาทิตย์ รับรองเลยว่าต้องมีลืมบ้างจริงๆ (จนตอนนี้ได้ N1 แล้วยังลืมคันจิอยู่เลย 5555)   แต่สำหรับน้องๆ มัธยม ไม่ได้มีเพื่อนญี่ปุ่น ไม่มีโอกาสได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง จะทำยังไงให้จำได้ดีล่ะ?   สมัยเราเมื่อสัก 5-6 ก่อน(อดีต dek60 นี่กี่ปีแล้วเนี่ย 555) ก็คือคัดเลยจ้า คัดไปเลยเยอะๆ คัดวนไปให้มันได้ผ่านตา วิธีคัดของเราก็คือ เอากระดาษ A4 หันด้านข้าง มาพับเป็นครึ่งไปสัก 2 รอบ แบ่งกระดาษ 4 ส่วน ทำให้เราคัดได้เยอะๆ โดยไม่เปลืองกระดาษมาก   สำหรับเราเราว่ามันเป็นวิธีที่ดีนะ เพราะตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นมันเป็นตัวฮิรางานะกับคันจิ ที่มันมีลำดับขีด มีวิธีการเขียนที่ค่อนข้างตายตัว การคัดเลยไม่ใช่แค่ทำให้เราจำศัพท์ได้ แต่ยังทำให้เราลายมือสวยขึ้นมากๆๆๆ (อย่าลืมเขียนตามลำดับขีดนะ!)   ตอนแรกๆ ที่เรียน เราเขียนตัวคันจิไม่สวยด้วย…
Read More
เรียนทีไรง่วงตลอดเลย 6 วิธีแก้ง่วง

เรียนทีไรง่วงตลอดเลย 6 วิธีแก้ง่วง

9วิชาสามัญ, GAT/PAT, O-NET, TCAS, Uncategorized, รีวิว, สอบกลางภาค, สอบปลายภาค, สุขภาพและความงาม, แอป Clearnote
  พอเปิดหนังสือเรียนทีไรก็ง่วงตลอดเลย จะสอบแล้วแท้ๆ อุตส่าห์พยายามอ่านหนังสือ แต่หนังตาก็ไม่เป็นใจเอาเสียเลย เคยประสบปัญหานี้กันไหมคะ?  วันนี้ Clearnote มีวิธีดีๆ ในการรับมือกับความง่วงมาแบ่งปันกันค่ะ ไปดูกันเลยย 1.งีบสักนิดก่อนเรียน   อาการง่วงระหว่างเรียน ส่วนใหญ่แล้วมาจากการนอนหลับไม่เพียงพอ เผลอดูซีรี่ย์นานไปนิด รู้ตัวอีกทีก็ดึกมากเสียแล้ว ในกรณีแบบนี้ การงีบเอาแรงสักนิดจะดีกว่าค่ะ การงีบจะทำให้สมองเราปลอดโปร่งขึ้น การเรียนก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ แต่อย่างไรตาม อยากให้ระวังเรื่องเวลากันไว้สักหน่อยนะคะ เพียงแค่ 10-15 นาทีเท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ หากงีบนานเกินไปอาจจะง่วงกว่าเดิมเอาได้นะคะ 2. ลองเปลี่ยนเนื้อหาที่เรียนดู   หากอ่านวิชาเดิมซ้ำไปมา สมองจะอ่อนล้าและหัวไม่แล่นเป็นที่แน่นอน ทำให้เกิดอาการง่วงหงาวหาวนอนตามมา ลองเปลี่ยนเนื้อหาที่เรียนเช่น อ่านเนื้อหาที่เน้นความจำ (อังกฤษ, ไทย, สังคม เป็นต้น) จากนั้นผลัดมาทบทวนวิชาคำนวณ (คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ เป็นต้น) ช่วยให้ง่วงน้อยลงได้ค่ะ 3. ล้างหน้า แปรงฟันเพิ่มความสดชื่น   ถ้าเริ่มรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วว ตาจะปิดแล้ว น้ำเย็นสดชื่อนอาจช่วยได้ค่ะ ลองลุกไปล้างหน้าดู ช่วยให้รู้สึกสดชื่น และหายง่วงขึ้นได้ค่ะ หรืออาจจะแปรงฟันด้วยหากมีเวลา เป็นวิธีที่ให้ผลดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ 4. เปลี่ยนที่เรียน   บางทีการเรียนในห้องตนเองอาจทำให้ตั้งสมาธิได้ยากขึ้น เพราะว่ามีสิ่งเร้าที่จะทำให้เราวอกแวกได้ง่ายนั่นเอง ลองย้ายไปเรียนในที่ ที่เหมาะสมกับการเรียนมากขึ้น จะช่วยให้เรามีสมาธิจดจ่อมากขึ้น ทำให้รู้สึกว่าตรงนั้นเป็นที่สำหรับเรียน เมื่อเข้ามาที่นี่แล้วเราจะต้องเรียนนั่นเอง 5. ยืดเส้นยืดสาย   การนั่งเรียนเป็นเวลานานไป กล้ามเนื้อของเราก็ตึงตามไปด้วย ส่งผลให้เราง่วงขึ้นไปด้วยค่ะ เราอาจพักระหว่างเรียนมายืดเส้นยืดสายกันซักนิด ให้เลือดได้ไหลเวียน อาจเดินไปเดินมาในห้อง หรือยืดหลังง่ายๆ เป็นต้น ทำให้เรากระปรี้กระเปร่าขึ้นค่ะ 6. พูดคุย หรือถามคำถาม   การเรียนเงียบๆ คนเดียว ทำให้เกิดอาการง่วงได้ง่ายใช่ไหมล่ะคะ ลองหาเพื่อนเรียนด้วยกัน ทำความเข้าใจเนื้อหาที่เรียนไปด้วยกัน หรือหากมีอาจารย์อยู่ด้วย ก็ลองถามคำถามดูบ้าง การได้ส่งเสียงออกมาทำให้เรารู้สึกกระตือรือร้นมากขึ้นค่ะ ไม่ง่วงแน่นอนน   วิธีเหล่านี้น่าจะทำให้ทุกคนหายง่วงระหว่างเรียนกันได้นะคะ แต่อย่างไรก็ตาม การนอนพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เมื่อร่างกายเราแข็งแรงพร้อมต่อการเรียน การเรียนรู้ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ Clearnote เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ Reference ข้อมูลจาก https://www.eikoh-seminar.com/koukoujuken/column/p7184/
Read More
เจาะลึก 5 อาชีพ! ตามหาเส้นทางในอนาคตผ่านอนิเมะญี่ปุ่น!

เจาะลึก 5 อาชีพ! ตามหาเส้นทางในอนาคตผ่านอนิเมะญี่ปุ่น!

Uncategorized, รีวิว, อาชีพ
เจาะลึก 5 อาชีพ! ตามหาเส้นทางในอนาคตผ่านอนิเมะญี่ปุ่น!   สวัสดีจ้า น้องๆ ผู้อ่านที่น่ารักทุกคน เรื่องเส้นทางอนาคตเป็นเรื่องที่สำคัญมาก น้องๆ บางคนอาจหาตัวเองจนเจอและตัดสินใจเลือกอนาคตของตัวเองไว้แล้ว แต่ก็ยังมีน้องๆ บางคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ยังกังวลและลังเล เพราะไม่รู้ว่าแต่ละอาชีพเขาทำอะไรกันแน่ เลือกไปแล้วเราจะชอบไหม จะทำได้ไหม ไม่แน่ใจตัวเอง   แต่!   ก็ขอให้น้องๆ ไม่ต้องหนักใจไป เพราะวันนี้ CLEARNOTE มีตัวช่วยมาให้น้องๆ ค้นหาตัวเองอย่างไม่น่าเบื่อ เพราะบล็อกของเราวันนี้จะมาแนะนำ 5 อนิเมะที่นำเสนอเกี่ยวกับ 5 อาชีพต่างๆ ที่น่าสนใจกัน พี่เชื่อว่าต้องช่วยน้องๆ ผู้อ่านตัดสินใจได้บ้างแน่ๆ   ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลย! 1.คุณครู: GTO คุณครูพันธุ์หายาก ขอบคุณรูปภาพจาก:https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_Great_Teacher_Onizuka_episodes   GTO คุณครูพันธุ์หายาก (great teacher Onizuka) เป็นเรื่องของ โอนิซึกะ เอคิจิ หนุ่มนักเลงที่มีความฝันว่าอยากจะเป็นครู จึงได้มาฝึกสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง โอนิซึกะ ต้องเจอกับปัญหาและเรื่องราวมากมายของนักเรียนในโรงเรียนที่ผู้ใหญ่ส่วนมากเบือนหน้าหนี   อนิเมะเรื่องนี้จะทำให้น้องๆ เห็นว่าเป็นคุณครูแล้วต้องเจออะไร แล้วนอกจากสอนหนังสือแล้วคุณครูต้องทำอะไรบ้าง ปัญหาต่างๆ ที่คุณครูต้องเจอเวลาที่อยู่ในโรงเรียนมีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ความคิดไม่ตรงกันกับคุณครูคนอื่น นักเรียนที่มีปัญหา (แม้ว่าพฤติกรรมบางอย่างของโอนิซึกะจะไม่ควรลอกเลียนแบบก็ตาม) 2.ข้าราชการ: Servant x Sevice ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.servantservice.org/   อาชีพข้าราชการดูเหมือนเป็นอาชีพที่ธรรมดาๆ พบเห็นได้ทั่วไป แต่น้องๆ หลายคนอาจยังคิดไม่ออกว่าจริงๆ แล้วข้าราชการเขาทำอะไร ทำงานกันแบบไหนกันแน่ อนิเมะเรื่อง Servant x Service จะพาน้องๆ ไปรู้จักกับอาชีพนี้เอง!    Servant x Service เป็นเรื่องของ ยามากามิ ลูซี่ ที่เพิ่งเรียนจบและได้เข้าทำงานในสำนักงานเขตแห่งหนึ่งในฮอกไกโด พร้อมๆ กับตัวละครเอกอีกสองคนคือ มิโยชิ ซายะ และ ฮาเซเบะ ยูทากะ เรื่องป่วนๆ ในสำนักงานเขตจึงได้เริ่มต้นขึ้น! ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.servantservice.org/    อนิเมะเรื่องนี้จึงจะเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่ที่ลูซี่ ตัวเอกของเรื่องนี้เริ่มเข้าทำงาน น้องๆ จึงจะได้เห็นว่าเข้าทำงานแล้วเป็นอย่างไร ในสำนักงานเขตแบ่งเป็นแผนกอะไรบ้าง แล้วปกติข้าราชการทำงานกันยังไงบ้าง มีคนแบบไหนมารับบริการที่สำนักงานเขตด้วยเรื่องอะไรบ้างด้วย (แน่นอนว่าวิธีการทำงานของข้าราชการไทยกับญี่ปุ่นอาจแตกต่างกันบ้าง) ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.servantservice.org/ 3.นักเขียนการ์ตูน: Bakuman ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.nhk.or.jp/anime/bakuman/index.html   เรื่องของเด็กมัธยมปลายสองคน ทาคากิ อาคิโตะ และ มาชิโร่ โมริทากะ ที่มีความฝันจะเป็นนักเขียนการ์ตูนอาชีพ พวกเขาจึงร่วมมือกันเขียนเขียนการ์ตูนขึ้น!   Bakuman จะเริ่มเล่าตั้งแต่ตอนที่ตัวละครเอกทั้งสองคนอยู่มัธยมปลาย และจุดเริ่มต้นที่ตั้งสองคนเริ่มมาเขียนการ์ตูน อาชีพนักเขียนการ์ตูนเป็นยังไง จะเขียนการ์ตูนต้องเริ่มต้นยังไง ใช้อุปกรณ์อะไรวาดการ์ตูน เนมคืออะไร ต้องทำอย่างไรการ์ตูนจึงได้ตีพิมพ์และกลายเป็นนักเขียนชื่อดัง อะไรคือตัวตัดสิน ปัญหาต่างๆ ที่นักเขียนการ์ตูนต้องเจอ  ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.nhk.or.jp/anime/bakuman/3rd/story/08.html   ถึงแม้ว่าในประเทศไทย…
Read More
ปัญหายอดฮิตที่นักเรียนต่างชาติในญี่ปุ่นมักเจอ

ปัญหายอดฮิตที่นักเรียนต่างชาติในญี่ปุ่นมักเจอ

ข้อมูลเรียนต่อนอก, ชีวิตในญี่ปุ่น, บทความสัมภาษณ์, ภาษาญี่ปุ่น, รีวิว, เรียนภาษาญี่ปุ่น, แบบสอบถาม ออนไลน์
Amarlin Amarsaikhan | April 01, 2019 โดยสังเขป   ถ้าเพื่อนๆกำลังวางแพลนจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ก่อนที่จะไป มาเตรีนมพร้อมกันไว้ก่อนว่านักเรียนต่างชาติในญี่ปุ่นมักจะต้องพบเจอปัญหาอะไรบ้าง และจะผ่านไปได้อย่างไร   ในที่สุดจดหมายตอบรับเข้าเรียนก็มาถึง หลังจากผ่านกระบวนการต่างๆในการเข้ามหาวิทยาลัยอย่างยาวนาน ตอนนี้ชีวิตบทใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว นั่นก็คือการย้ายไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นนั่นเอง เพื่อนๆเคยทั้งตื่นเต้นและกังวลไปพร้อมๆกันไหมคะ? ไม่ต้องกังวลไป บทความนี้จะมาพูดถึงปัญหาที่นักเรียนต่างชาติในญี่ปุ่นมักเจอกัน และจะรับมือกับมันได้อย่างไรบ้าง   เราได้สร้างแบบสอบถามออนไลน์เกี่ยวกับปัญหาทีมักพบ และสิ่งที่หวังว่าจะรู้ก่อนมาเรียนที่ญี่ปุ่นสำหรับนักเรียนต่างชาติจากมหาวิทยาลัยวาเซดะ, มหาวิทยาลัยเคโอ, และมหาวิทยาลัยโตเกียว 1.กำแพงภาษา   จากแบบสอบถาม ปัญหาที่พบได้มากที่สุดคือเรื่องกำแพงภาษา มีนักเรียนต่างชาติจำนวนมากที่ได้กล่าวว่า หวังว่าจะเรียนภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานก่อนที่จะมาเรียนที่ญี่ปุ่น เนื่องจากที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษเท่าไหร่ การเรียนภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานมาก่อนจึงช่วยได้มาก 2.สร้างบัญชีธนาคาร   ปัญหาต่อมาที่มักพบเจอ คือการสร้างบัญชีธนาคารนั่นเองค่ะ การเปิดบัญชีธนาคารกับธนาคารใหญ่ของญี่ปุ่น (Mizuho, Mitsubishi UFJ, Sumitomo Mitsuiฯลฯ)เป็นที่รู้กันว่ายากมาก สำหรับนักเรียนที่เพิ่งเข้ามาใหม่มักจะมีธนาคารที่จัดให้เปิดบัญชีได้ที่มหาวิทยาลัย (Japan Post Bank, Resona Bank ฯลฯ) Rakuten Bank เป็นอีกตัวเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นธนาคารที่สามารถใช้บัตร VISA/JCB ผ่านทางออนไลน์ และสะสมแต้ม Rakuten points ได้ สิ่งที่เป็นปัญหาในการเปิดบัญชีธนาคารคือ นักเรียนต่างชาติไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารด้วยตัวเองได้ จำเป็นจะต้องมีผู้ร่วมลงนามในการเปิดบัญชีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ทราบเรื่องนี้ดี และจะช่วยเราค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากให้ทุกคนรู้เรื่องนี้เอาไว้ค่ะ 3.การหาเพื่อน   มาถึงปัญหาที่สามกันแล้วคะ อันดับที่สามได้แก่ปัญหาการหาเพื่อนค่ะ วิธีที่ง่ายที่สุดในการหาเพื่อนในญี่ปุ่นคือการเข้าร่วมกิจกรรมชมรมค่ะ เป็นโอกาสที่จะได้พบเพื่อนใหม่ ได้เข้าสังคม ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นมักจะมีชมรมมากมายเลยทีเดียว สิ่งที่หวังว่าจะรู้ก่อนมาเรียนที่ญี่ปุ่น   เราได้รับคำตอบที่หลากหลายในหัวข้อ 'สิ่งที่หวังว่าจะรู้ก่อนมาเรียนที่ญี่ปุ่น' เราจึงเรียบเรียงลิสต์คำตอบที่ได้รับไว้ ดังนี้ ระบบการทำงานพาร์ทไทม์ นักเรียนจะทำงานได้ไม่เกิน 28 ชม./สัปดาห์วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์มากมายที่แตกต่างจากประเทศเรา จึงควรศึกษาก่อนไปสังคมสูงอายุ ที่ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุอยู่มากวัฒนธรรมการดื่มของคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นดื่มเพื่อเป็นการเข้าสังคมควรนำเสื้อผ้าสำหรับฤดูกาลต่างๆมา ฤดูกาลที่ญี่ปุ่นมักมีความสุดขั้วค่ะ ร้อนก็ร้อนมากก หนาวก็หนาวมากก การย้ายไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นอาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่หากเตรียมตัวดีๆก่อนเดินทางแล้วล่ะก็ ชีวิตในญี่ปุ่นจะเป็นช่วงเวลาที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียว และอย่าลืม work hard and have fun นะคะทุกคน ! ผู้เขียน Amarlin Amarsaikhan สวัสดีค่ะ! เราชื่ออมาลิน มาจากอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลียค่ะ ตอนนี้กำลังศึกษาในคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะค่ะ SchooLynk : Most Common Problems for International Students in Japan | SchooLynk Media
Read More
เรียนที่ญี่ปุ่นแพงจริงไหม?

เรียนที่ญี่ปุ่นแพงจริงไหม?

ข้อมูลเรียนต่อนอก, ชีวิตในญี่ปุ่น, ภาษาญี่ปุ่น, รีวิว, เรียนภาษาญี่ปุ่น
Nicole Warintarawet | March 27,2020 โดยสังเขป          การเรียนต่อระดับสูงขึ้นในต่างประเทศ ฟังดูเหมือนจะต้องแพงแน่ๆใช่ไหมคะ แต่มันต้องจ่ายแพงแบบนั้นจริงๆหรอ มาหาคำตอบกันในบทความนี้เลย! เรียนที่ญี่ปุ่นแพงจริงไหม?          การเรียนต่อต่างประเทศแพงก็จริง แต่ไม่เสมอไป! การใช้ชีวิตในต่างประเทศเพียงไม่กี่ปีนั้นเพียงพอที่จะทำให้เพื่อนๆได้รับประสบการณ์สุดล้ำค่าที่หาจากไหนไม่ได้เลยทีเดียว ถ้าพูดถึงข้อดี อย่างแรกที่นึกออกได้เลยก็คือ การออกจากคอมฟอร์ทโซนไปผจญภัยในต่างแดนใช่ไหมคะ แต่ปัญหาตามมาที่หลายๆคนกังวลก็คือ ‘จะจ่ายไหวได้ยังไงล่ะ?’ ถ้าเพื่อนๆกังวลใจกับปัญหานั้น ญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว นอกจากญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่สวยงาม การศึกษามีคุณภาพ และมีความปลอดภัยสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกแล้ว ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยยังถูกกว่าที่คิดอีกด้วย! ในฐานะที่เคยเป็นนักเรียนต่างชาติในญี่ปุ่นมาเกือบ 4 ปี จะมาแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้เพื่อนๆฟังกันค่ะ สรุปสั้นๆ (สำหรับคนไม่อยากอ่านยาว) เฉลี่ยรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อปี : •ค่าเทอม       •มหาวิทยาลัยเอกชน ประมาณ 1,000,000 เยน – 2,000,000 เยน ต่อปี       •มหาวิทยาลัยรัฐบาล 535,800 เยน ต่อปี •ค่าธรรมเนียมแรกเข้า(จ่ายครั้งเดียว)       •มหาวิทยาลัยเอกชน ประมาณ 200,000 – 1,000,000 เยน (ขึ้นอยู่กับคณะที่เรียน,หากเป็นคณะแพทยศาสตร์จะค่าใช้จ่ายสูง)       •มหาวิทยาลัยรัฐบาล 282,000 เยน(แห่งชาติ) – 393,618 เยน(ท้องถิ่น) •ค่าใช้จ่ายรายเดือน ประมาณ 72,000 เยน – 100,000 เยน ต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับภูมิภาคที่อยู่)       •ค่าเช่า และ ค่าน้ำค่าไฟ 23,000 เยน – 43,000 เยน สำหรับค่าเช่า + 7,000 เยน สำหรับค่าน้ำค่าไฟ       •ค่าเดินทาง 5000 เยน       •ค่าใช่จ่ายอื่นๆ 16,000 เยน ฉบับเต็ม ค่าเทอม          อย่างแรกทีเราต้องพูดถึงคือ ค่าเทอม จริงๆแล้วค่าเทอมมีหลากหลายราคา ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน หรือรัฐบาล อ้างอิงจาก JASSO มหาวิทยาลัยรัฐบาลค่าเทอมจะอยู่ที่ประมาณ 535,800 เยน ต่อปี ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนค่าเทอมจะสูงอยู่ที่ราวๆ 1-2 ล้านเยน เพื่อให้เพื่อนๆเห็นภาพมากขึ้น เราเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย Sophia เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าเทอมประมาณ 1.5 ล้านเยน ต่อปี และในปีแรกนักศึกษาใหม่จะต้องจ่ายค่าแรกเข้า ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 200,000 เยน ไปจนถึง 400,000 เยน ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยค่ะ อย่างมหาวิทยาลัยที่เราอยู่ ค่าเทอมในปีแรกสูงถึงประมาณ 1.7…
Read More
เรียนต่อที่ญี่ปุ่น: 5เคล็ดลับการบริหารเงินสำหรับไปเรียนต่อ

เรียนต่อที่ญี่ปุ่น: 5เคล็ดลับการบริหารเงินสำหรับไปเรียนต่อ

ข้อมูลเรียนต่อนอก, ชีวิตในญี่ปุ่น, ภาษาญี่ปุ่น, รีวิว, เรียนภาษาญี่ปุ่น
เรียนต่อที่ญี่ปุ่น: 5 เคล็ดลับการบริหารเงินสำหรับไปเรียนต่อ โดย Nicole Warintarawet ถ้าน้อง ๆ ยังไม่แน่ใจว่าฐานะการเงินทางบ้านพอจะส่งน้อง ๆ ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นได้รึเปล่า มาลองอ่านบทความเพื่อค้นหาคำตอบกันเลย! ในปัจจุบัน มีนักเรียน นักศึกษาที่อยากไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าภาระทางการเงินถือว่าเป็นอุปสรรคที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ซึ่งสินเชื่อเพื่อการศึกษาของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเปิดรับแค่นักเรียน นักศึกษาในประเทศ (ซึ่งก็คือคนญี่ปุ่น) ไม่ค่อยมีที่เปิดรับให้นักเรียนชาวต่างชาติอย่างเรา ๆ ทำให้ถ้าที่บ้านของน้อง ๆ ไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะซัพพอร์ทได้ ก็อาจไปเรียนต่อได้ค่อนข้างยาก เว้นแต่จะได้ทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวนที่จะครอบคลุมตั้งแต่ค่าเล่าเรียนไปจนถึงค่าครองชีพสำหรับนักเรียน นักศึกษาชาวต่างชาติ อย่างทุนมง (ทุนMonbukagakushou หรือทุนรัฐบาลญี่ปุ่น) อย่างไรก็ตามถึงน้อง ๆ จะไม่ได้ทุนมง ก็อย่าเพิ่งถอดใจไป เพราะยังมีทุนการศึกษาอีกมากมายที่จะออกค่าเล่าเรียนให้เรา100% และบางทุนยังให้เงินช่วยเหลือสำหรับค่าครองชีพในแต่ละเดือนอีกด้วย ดังนั้นน้อง ๆ จะสามารถอยู่ญี่ปุ่นได้แบบชิว ๆ โดยไม่ต้องทำงานพิเศษเพื่อหางานเพิ่ม ซึ่งทุนดี ๆ เหล่านี้สามารถหาข้อมูลได้จากลิงก์บทความนี้เลยยยย ! ตอนนี้น้อง ๆ บางคนอาจสงสัยว่าแล้วถ้าทุนที่เราได้เป็นทุนไม่เต็มจำนวน เป็นแค่ทุนที่ออกค่าเล่าเรียนให้บางส่วนแล้วมันจะโอเคไหม? บทความนี้เราจะมาตอบข้อสงสัยนั้น และเอาเคล็ดลับ ทริคดี ๆ ที่จะช่วยให้การเงินของเราในช่วงที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยรอดไปได้ด้วยดี 1. ประเมินค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้ในการไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นตามความเป็นจริง อ้างอิงจากข้อมูลขององค์การสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น (JASSO) ค่าครองชีพที่ญี่ปุ่น (รวมค่าเช่าที่พัก) จะอยู่ที่เดือนละ 89,000 เยน (ประมาณ 26,488 บาท ตามอัตราการแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 26 สิงหาคม 64) ทั้งนี้ค่าครองชีพนั้นจะแตกต่างไปตามแต่ละจังหวัด แต่ละภูมิภาค เช่น ค่าครองชีพที่กรุงโตเกียว (ที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสบาย ๆ )จะอยู่ที่เดือนละ 100,000 เยน (ประมาณ 29,762 บาท ตามอัตราการแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 26 สิงหาคม 64) โดยจากประสบการณ์ของเราแล้ว ถ้าเราทำอาหารกินเองก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้ประเมินงบไว้เผื่อ ๆ หน่อย เพราะถ้าตึงจนเกินไปก็อาจทำให้เกิดความเครียดได้ถ้าอยู่ในระยะยาว ส่วนตัวเราแนะนำให้เผื่องบไว้ 100,000 เยน (ประมาณ 29,762 บาท ตามอัตราการแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 26 สิงหาคม 64) ต่อเดือนเป็นอย่างต่ำ ถ้าน้อง ๆ ได้ทุนการศึกษาที่สามารถลดหย่อนค่าเทอมได้แค่บางส่วน ก็ต้องเอาค่าเทอมที่เหลือมาคำนวณเพิ่มด้วย โดยค่าธรรมเนียมแรกเข้ามหาวิทยาลัยจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 - 400,000 เยน (ประมาณ 59,523 – 119,047 บาทตามอัตราการแลกเปลี่ยน ณ วันที่26 สิงหาคม 64) ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย และค่าเล่าเรียนต่อปีจะอยู่มีตั้งแต่ 535,800…
Read More
บอกเล่าชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัยในโตเกียว

บอกเล่าชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัยในโตเกียว

Uncategorized, ข้อมูลเรียนต่อนอก, ชีวิตในญี่ปุ่น, ภาษาญี่ปุ่น, รีวิว, เรียนภาษาญี่ปุ่น
ชีวิตในญี่ปุ่น โดย Nina Patrick | 28 กุมภาพันธ์ 2019 https://www.vecteezy.com/free-vector/vector โดยสังเขป          ชีวิตในเมืองแสนคึกคักอย่างโตเกียวนั้นราวกับอยู่ท่ามกลางพายุแห่งแสงสีเสียงเลยทีเดียว แต่สมัยที่เราเป็นนักศึกษาที่ญี่ปุ่น เราก็ยังเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่ได้เร่งรีบตามวิถีชีวิตคนเมือง          ปัจจุบันโอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้ที่อยากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เคย การก้าวเข้าไปเรียนในสภาพแวดล้อมใหม่ๆนั้นไม่ใช่เป้าหมายที่ยากเกินตัวอีกต่อไป! เพื่อนๆคงจินตนาการถึงความน่าตื่นตาตื่นใจของประเทศญี่ปุ่นได้ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ทั้งเมืองต่างๆ, อาหารเลิศรส, เต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่น่าสนใจ และยังเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่กำลังเฟื่องฟูอีกด้วย ไม่ว่าผู้คนจากแดนใกล้ไกลก็ต้องเป็นอันหลงใหลในสิ่งเหล่านี้กันถ้วนหน้า หลายคนก็คงเคยแพ็คกระเป๋าไปสำรวจแดนญี่ปุ่นกันบ้างแล้ว แต่.. แต่ๆ นั่นเป็นเพียงการท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งต่างจากชีวิตนักศึกษาที่ต้องอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น ตอนที่เราเรียนอยู่ที่โตเกียว เราก็ยังใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ตัวเองที่ชอบความชิลๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงต้องทำกิจวัตรตามแบบฉบับนักศึกษาด้วย การเดินทาง การเดินทางด้วยรถไฟของคนญี่ปุ่น https://newswitch.jp/p/9581          ปกติเวลาจะไปไหนมาไหนเราจะนั่งรถไฟค่ะ ซึ่งสะดวกกว่าขับรถเองเยอะเลย เพราะไม่ต้องกังวลทั้งเรื่องที่จอด หรือเติมน้ำมัน ต่างๆนาๆ และเนื่องจากเรามีบัตรเดินทางสำหรับนักเรียน เลยได้ส่วนลดสำหรับการเดินทางมาเยอะเลย นักเรียนที่ญี่ปุ่นจะเดินทางไปโรงเรียนโดยใช้รถไฟเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะใช้บัตรสำหรับใช้บริการขนส่งสาธารณะในประเทศญี่ปุ่น หรือ teiki เป็นบัตรพิเศษ สามารถเลือกสมัครเป็นรายเดือน สามเดือน หรือหกเดือนได้ โดยเราสามารถนั่งจากสถานีที่เราอยู่ไปยังสถานีที่เรียนได้ในราคาถูกกว่า และสามารถลงสถานีระหว่างทางได้โดยไม่เสียเงินเพิ่ม และเราจะใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในระยะเวลาที่เราสมัครไว้ หรือก็คือยิ่งใช้เยอะยิ่งคุ้มนั่นเอง ซึ่งช่วยประหยัดค่าเดินทางเป็นอย่างมาก          แต่การเดินทางด้วยรถไฟก็มีข้อเสียเช่นกัน การที่ต้องติดอยู่ในฝูงชนในชั่วโมงเร่งด่วนเป็นอะไรที่ทรหดเหลือเกิน TT เป็นเหตุการณ์ที่อึดอัดเกินบรรยายแบบไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตเลยค่ะ ซึ่งเราก็พยายามหลีกเลี่ยงทุกวิถีทาง ทั้งพยายามไปก่อนบ้าง หรือรอคนออกไปกันก่อนบ้าง  โดยปกติก็ไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่ แต่บางทีด้วยเวลาก็ทำให้เราเลี่ยงไม่ได้ และก็ต้องไปอัดกันเป็นปลากระป๋องในรถไฟตามระเบียบ.. แต่เราก็ยอมรับว่ามันก็เป็นประสบการณ์ส่วนหนึ่งในโตเกียวและก็ไม่ได้แย่ไปหมด อย่างเช่น ตอนได้ออกมาจากรถไฟที่แออัดเป็นปลากระป๋องแล้วสูดอากาศบริสุทธิ์ได้นี่คือสวรรค์ชัดๆ ! รถไฟที่แออัดในชั่วโมงเร่งด่วน https://www.bleapear.com/entry/crowded-train-stress การเข้าสังคม          การไปเที่ยวกับเพื่อนๆในเมือง นี่คือที่สุดเลยค่ะ สนุกมากก มีที่ให้เที่ยวไม่หวาดไม่ไหว โตเกียวคือที่ที่มีทุกอย่างเลย จะแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร คือเจอได้ทุกที่ ไม่ว่าจะบนตึกสูงๆ ใต้ดิน ตามถนน ตรอกซอกซอย คือมีให้เห็นทุกที่ ปกติเราจะชอบสุ่มไปลงสถานี แล้วเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ ระหว่างทางพอเจอร้านน่านั่ง ก็จะเข้าไปนั่งดื่ม นั่งคุยกับเพื่อนชิลๆค่ะ เรากับเพื่อนเป็นสายชิล ก็เลยมักจะไปร้านอิซากายะ หรือ ร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ อาหารและเครื่องดื่มในร้านราคาไม่ค่อยแพง แต่คุณภาพดีเลยทีเดียว และด้วยบรรยากาศสบายๆของร้านอิซากายะ นั่งคุยกับเพื่อนคือเพลินมากก บรรยากาศร้านอิซากายะ https://r.gnavi.co.jp/k678708/equipment/seat/ แล้วก็อีกอย่างที่เรากับเพื่อนชอบกัน คือ  ฮุคคา หรือคนญี่ปุ่นเรียกว่า ชิชา (ยาสูบชนิดหนึ่ง) ที่ญี่ปุ่นมีฮุคคาเลาจ์ถูกๆเยอะมาก ฮุคคาเลาจ์ส่วนใหญ่จะมีบรรยากาศร้านและสถาปัตยกรรมที่เหย้ายวน ชวนหลงใหล การได้มาเอนหลังบนโซฟา ฟังเพลงไปพลาง จิบเครื่องดื่มไปพลาง ทำให้ผ่อนคลายจนลืมความวุ่นวายของเมืองใหญ่ที่เพิ่งผ่านมาเลยทีเดียว ผู้คนมาผ่อนคลายในฮุคคาเลาจ์ http://kemulog.com/report/1338/          ชีวิตความเป็นอยู่ที่ญี่ปุ่นต่างจากที่เราเคยชินในบ้านเกิดมาก แต่ปกติแล้วเราก็จะใช้เวลาเรียน ทำงาน เข้าสังคม กินนอน เหมือนกับนักศึกษาคนอื่นๆทั่วไป พอเวลาผ่านไปก็ปรับตัวได้และคุ้นชินกับวัฒนธรรม,ค่านิยมต่างๆของญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย สำหรับใครที่อยากลองมาเรียนต่อที่ญี่ปุ่น รับประกันเลยว่าเพื่อนๆจะได้รับประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้จากประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอน บทความนี้เขียนโดย Nina Patrick นีน่า แพทริค เกิดที่จังหวัดนารา,ประเทศญี่ปุ่น และใช้ชีวิตเติบโตที่สหรัฐอเมริกา หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย…
Read More
กว่าจะเป็น “นิสชิน” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจ้าแรกของโลก

กว่าจะเป็น “นิสชิน” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจ้าแรกของโลก

รีวิว, อาหารและเครื่องดื่ม
สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนน้า กลับมาพบกับแอดมิน S อีกแล้ว จากบทความก่อนหน้านี้ของแอด กว่าจะเป็นนิสิตอักษร แชร์ทุกกระบวนท่าเคล็ดลับสู่คณะที่ใฝ่ฝัน (แปะลิงก์สักหน่อยเผื่อมีเพื่อน ๆ สนใจ ☺) วันนี้แอดจะมาแบ่งปันเรื่องราวความน่าสนใจของ "นิสชิน" บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจ้าแรกของโลก ผ่านรีวิวจากกิจกรรม "Nissin Ambassador" ที่กำลังจัดบนแอป Clear ในตอนนี้ เรื่องราวของ "นิสชิน" จะน่าสนใจขนาดไหน ถ้าพร้อมแล้วไปรับชมพร้อมกันเลย! (more…)
Read More